วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

หน้าแรก

*ถ้าคุณสนใจที่จะมีรายได้ทางอินเตอร์เน็ตแนะนำโปรแกรมนี้ครับ*



ไม่มีการ Cycle, ไม่มี Matrix , ไม่มี Strightline ไม่ใช่เว็ป Hyip

ไม่ต้องรอให้มีดาวน์ไลน์เพื่อจะได้รับรับเงิน

ไม่มีดาวไลน์ ไม่มีปัญหา… ได้เงินทุกคน Club Asteria

คลับแอสทีเรีย จากอดีตผู้อำนวยการธนาคารโลก – แอนเดรีย ลูคัส

ธุรกิจกองทุนหุ้นระดับโลกClub Asteria

ปลดเกษียณภายในเวลา 19 เดือนสะสมเงินฝาก 700 บาท/เดือน เพียง 4 เดือน อีก 20 เดือน มีรายได้มั่นคงตลอดชีพ
ขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท/เดือน
ถึงแม้ไม่ได้หาสมาชิกหรือแนะนำใคร
รายได้เข้าทุกสัปดาห์แม้ไม่มีสมาชิก

วัตถุประสงค์ของ Club Asteria คือ:เราต้องการให้คุณมีสถานะ ภาพทางการเงินที่มั่นคง

กรุณาเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อดูราย ละเอียดของโปรแกรมการแนะนำบอกต่อและรายละเอียด คอมมิชชั่น the Commission Program.

จุดเด่นที่น่า สนใจ Club Asteria:

รายได้จากระบบจะ สามารถจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน $20 ในเดือนที่ 5 และเดือนถัดไปได้เอง

รายได้ตามแผนเป็นราย ได้ที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแนะนำใคร

ผลประโยชน์ในฐานะผู้ สปอนเซอร์จะได้รับ Club Asteria:ได้รับ $9 (45%) จากการ แนะนำคนสมัครที่อัพเกรดเป็นสมาชิกโกลด์ด้วยค่าธรรมเนียม $20

คุณจะได้รับเงินสด 10% จากการที่คนที่คุณแนะนำอัพเกรด

คุณจะมีความสุขที่ได้ช่วย เหลือผู้อื่น

นอก จากนั้นแล้ว ถ้าคุณ ตัดสินใจเป็น Network Director คุณจะได้รับคอมมิชชั่นผู้นำจากเงินสด ทั้งหมดที่เข้าระบบจากทั้งหมดที่อยู่ในองค์กรของคุณทั่วโลก 5 – 30%

Club Asteria ตลาดการโอนเงินนั้นมีมูลค่ามหาศาล!คน ทำงานต่างถิ่นมีมากถึง 192 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในอีก3ปีข้างหน้า รายได้เสริมสำหรับครอบครัว มีผลกระทบต่อเศรษกิจของประเทศ

ส่งผลต่อเปอร์เซนต์ของ Gross Domestic Product (GDP)

แต่กระนั้นก็ตามมูลค่าของค่าธรรมเนียมการโอนเงินก็ยังคงแพงจนถึงปัจจุบัน

ส่วนแบ่งการตลาด Club Asteria

มีรายได้เกิดขึ้นถึง 1.4 พันล้าน$ สหรัฐจากการโอนเงิน 167 ล้าน$ สหรัฐ ปี 2007

(Western Union)

ค่าธรรมเนียม 24$ ต่อการโอน แต่ละครั้ง!

(ค่าธรรมเนียมการโอน+ ค่าธรรมเนียมแลกเปลี่นสกุลเงิน)

มี การโอนเงินมากกว่า 60 พันล้านดอลล่าห์สหรัฐ ระหว่าง สหรัฐและละตินอเมริกา ในปี 2009 ทำให้เกิด ค่าธรรมเนียมมากกว่า พันล้านดอลล่าห์สหรัฐ(อ้างอิง : CGAP)

รายได้ของ Club Asteria
+ค่าสมาชิก
+การโอนเงิน
+ค่าโฆษณาจากผู้ขายสินค้าผ่านเว็บ
+ขายสินค้า&บริการทางเว็บไซต์ (Online Shopping)การโอนเงิน
+การโปรโมทเว็บไซต์ Google adsense ,Amazon,Clickbank ,etc

Club Asteria โดยมีการกระจายรายได้ดังนี้75% แบ่งปันให้กับสมาชิกในรูปของคอมมิชชั่นรายสัปดาห์, รายได้จากการขาย, รายได้เครือข่ายของสมาชิกประเภทผู้อำนวยการเครือข่าย (ND1-5) แลโบนัสสำหรับ ND

25% แบ่งส่วนไว้สำหรับ ค่าบริการ ค่าอบรม และบริหารจัดการโปรแกรม และเงินสำรอง

ที่ตั้ง Club Asteria









OFFICE ADDRESS
Club Asteria, Asteria Corporation
1934 Old Gallows Road
Suite 350, Vienna, VA 22182

Tel: 1-703-226-8097
Fax: 1-703-832-0772
Email: info@club-asteria.com

สมัครฟรี! วันนี้ละอัพเกรดในทันทีที่คุณพร้อม
* โปรแกรมเปิดตัวต้นเดือน มิถุนายน 2010 มีสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกวัน
* จ่ายออกทุกวันอังคาร ตั้งแต่เปิดมาไม่เคยคลาดเคลื่อนการจ่าย
* รายได้ที่สมเหตุสมผล วันนี้ฝากธนาคาร รออีก 19 เดือน เงินเท่ากันที่ลงทุน $20 x 4 = $80 จะให้ตามแผนคือ $400/สัปดาห์
* รายได้จะเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ จ่ายออกจากกระเป๋า 4 เดือน ในกรณีไม่แนะนำใครเลย
* หากแนะนำเพียงแค่ 3 คน ก็ไม่ต้องจ่ายจากกระเป๋าเลย แล้วรับรายได้ทุกสัปดาห์ตามแผน

***โปรโมชั่น Club AsteriaClub Asteria ภายใน 14 วันแรกของคุณ
ซื้อ ขั้นต่ำ 250+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 100% แนะนำโปรนี้ครับ คือสมัคร ครั้งแรก 20$ ซื้อคะแนนเอสทีโอเพิ่ม 251$ จะได้ 502 คะแนนครับโปรนี้จ่ายครั้งเดียวครับ ค่าต่อสมาชิกเดือนต่อไปจะมีเงินปันผล พอที่จะจ่ายในเดือนถัดไป (ลองคำนวนรายได้โหลด Excel ไปดูครับ)

Club Asteria หลังจาก 14 วันแล้ว
ซื้อ 500+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 50%
ซื้อ 1000+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 75% =ตำแหน่ง ND1
ซื้อ 3000+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 100% =ตำแหน่ง ND2
1 คะแนนเท่ากับ 1$


Club Asteria จะเริ่มต้นอย่างไร?

  1. สมัคร AlertPay
  2. การ Verified บัตร เดบิต-เครดิต

ทำ 2 ขั้นตอนนี่เสร็จก็ กด Sign up today เพื่อไปขั้นตอน สมัครเลยครับ

หากคุณต้องการมีรายได้มากขึ้น สามารถสมัครเป็น Network Director ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

ประเด็นที่สงสัยกันมาก ถูกกฏหมายหรือไม่ จ่ายจริง หรือหลอกลวง ? จะทำได้นานแค่ไหน?
ทำไมจ่ายผลตอบแทนสูงมาก ? เอารายได้จากที่ไหนมาจ่าย ?

วิเคราะห์แบบสรุปรวมประเด็นทั้งหมด ดังนี้

1.จ่ายจริง หรือหลอกลวง คลับแอสทีเรียประกาศจุดยืนของโครงการอย่างชัดเจนว่า เป็นโครงการเพื่อการช่วยเหลือ เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน โดยมีหลักฐานแสดงการ จ่ายเงินให้ทุกสัปดาห์ผ่านบัญชี AlertPay ถึงผู้รับทุกวันศุกร์ ตรวจสอบได้จริง ก่อตั้งโดยอดีตผู้อำนวยการธนาคารโลก (World Bank) ถูกกฏหมายแน่นอน จึงมั่นใจได้ว่า เว็บจะไม่ปิดตัวหนีไปแน่นอน ส่วนรายได้จะขึ้นอยู่กับกำไรที่คลับทำได้

2.ประเด็นการจ่ายผลตอบแทนสูง หากเรามองกันดี ๆ จริง ๆ แล้ว $1,600 ต่อเดือน ถ้าเป็นคนสหัฐก็คงไม่ใช้เงินมากมาย พอจะทำให้ดำรงค์ชีพอยู่ได้อย่างไม่เดือนร้อน
ซึ่งก็ตรงตามจุดประสงค์ของคลับ ถ้าเทียบกับเงินไทย เนื่องจากค่าเงินเราต่ำกว่ามาก พอเปลี่ยนมาเป็นค่าเงินไทยเลยกลายเป็นเยอะไปเลย หากเป็นในหลาย ๆ ประเทศ
ที่ค่าเงินมากกว่า ดอลลาร์ เมื่อเปลี่ยนไปเป็นเงินสกุลนั้น ๆ ก็จะมีมูลค่าไม่เท่าไหร่ ถือว่าเป็นโชคดีของคนไทยเรา ดั่งนั้นรีบกอบโกยกันเลยครับ

3.ผู้บริหารโครงการ (CEO) คืออดีตผู้อำนวยการธนาคารโลกซึ่งเคยผ่านงานบริหาร โครงการระหว่างประเทศมากกว่า 400 โครงการ ใน 90 ประเทศทั่วโลก
ได้พบเห็น สภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจนของผู้คนในประเทศต่างๆมากมาย จึงมีปณิธานมุ่งมั่น ที่จะช่วยเหลือให้คนจากทั่วทุกมุมโลกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ด้วยชื่อเสียง วัยวุฒิ คุณวุฒิ ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำงาน ตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารโลก ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการหารายได้ของโครงการได้เป็นอย่างดี รายได้ของคลับแอสทีเรีย ประกอบด้วย ค่าสมาชิก ค่าโฆษณาจากผู้ขายสินค้าผ่านเว็บ สินค้า และบริการ การโอนเงินทั่วโลก การโปรโมทเว็บไซต์ Google Adsense, ClickBank, Amazon, etc

4.โปรแกรมการออมเงินนี้มีสูตรแสดง วิธีการคำนวณผลตอบแทนให้เห็น รายละเอียดอย่างชัดเจนทุกเดือน ตั้งแต่เดือนที่ 1-19 ว่าจ่ายยังไงจ่ายสูงสุดเท่าไหร่

ตามความคิดของผมนะครับ การจะเปิดเว็บหนี้คงจะไม่ปิด เพราะเขาเอาชื่อเสียงของตัวเองมาทำ อะนะ แต่ถ้าหากว่ารายได้ของทางคลับน้อย ส่วนแบ่งก็อาจจะน้อยตามไปด้วย ซึ่งทางว็บแจ้งว่าให้สูงสุด 10% แต่การจ่ายในแต่ละรอบก็จ่ายตามผลประกอบการจริง ซึ่งในเดือนที่ผ่านมาก็อยู่ที่ 9% ถ้าหากว่ารายได้ของทางคลับน้อยลง สิ่งที่จะกระทบกับสมาชิกมากที่สุดก็คงเป็นเปอร์เซนต์ตรงนี้แหละครับ อาจจะลดลง ซึ่งจะทำให้เราใช้เวลาในการไปถึง 20,000 แต้มในระยะเวลาที่นานขึ้น

—————————————————————————————————

ถ้าคลับปิดไปก่อนล่ะ?

ก่อนจะทำก็คิดอยู่หลายตลบ เมื่อดูแผนแล้วน่าสนใจมากมาย แค่ไม่ต้องชวนใครเลยก็มีรายได้แล้ว อะไรจะง่ายดายแบบนี้ หลอกลวงรึเปล่า จะได้เงินจริงมั๊ย มั่นคงแค่ไหน ได้เงินแล้วมันจะปิดหนีไปมั๊ย แล้วจะทำยังไง 555 ทุกคำถาม ที่ทุกคนต้องตอบ

แต่เมื่อพิจารณาจากการศึกษาหา ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทั้งหมด ซึ่งตอนนั้นเวปที่ให้ข้อมูลน้อยมาก ๆ มีข้อมูลแค่เวปภาษาไทยของอัพไลน์คนเดียวเท่านั้น ที่เหลือต้องศึกษาจากเวปหลักภาษาอังกฤษด้วยตัวเองทั้งหมด และการอีเมล์โต้ตอบสอบถามปัญหากับคลับด้วยตัวเองอยู่พอสมควร ก็ตัดสินใจทำ เพราะทุกอย่างมีเหตุมีผลที่คิดตามหลักทฤษฏีการเงิน เศรษฐศาสตร์ การบัญชี และพื้นฐานแผนจากระบบ mlm ตัวอื่น ๆ เปรียบเทียบดูแล้ว มันเป็นไปได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร เพราะการจ่ายเงินแบบจำกัดจำนวนสูงสุดเอาไว้ก็เป็นข้อกำหนดที่ทุกท่านยอมรับ ได้ ผู้ทำธุรกิจนี้แบบหวังจะมาลงทุนเพื่อรายได้เกษียรณระยะยาวในอัตราส่วนที่ไม่ มากเกินไป แต่ก็ไม่น้อยซะทีเดียวนัก เงินจำนวน 1,600 เหรียญต่อเดือนสำหรับต่างประเทศ ถือว่าเป็นทุนสำหรับพอดำรงชีวิตที่ไม่ได้มากมายเลย แต่เมื่อมันเป็นประเทศไทยที่ค่าเงินบาทอัตรา 30 บาท/usd มันจึงกลายเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อซะอย่างนั้น

และถ้าท่านเคยล้มเหลว หรือทำธุรกิจอื่น ๆ มาก่อนอีกมายมาก เมื่อลองเปรียบเทียบเงินลงทุนที่จะต้องลงในการสมัครสมาชิกครั้งแรก หรือการรักษายอดรายเดือน หรือการซื้อสินค้าอะไรก็ตาม ตกอยู่ที่เท่าไหร่ และมันได้ผลอย่างที่ท่านพึงพอใจแล้วหรือไม่ และตัวนี้กับเงินลงทุนไม่เกิน 700 บาท ในระยะเวลา 4 เดือน คือ ไม่เกิน 2,800 บาท ถ้าท่านไม่ขัดสนเรื่องเงินลงทุนจำนวนนี้ และไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน เพื่ออนาคตที่ดีในอีก 19 เดือนข้างหน้า มันก็น่าลงทุนอยู่ไม่น้อย

ส่วนเรื่องความเสี่ยงนั้น พูดได้เลยว่า ไม่มีใครสามารถการันตีได้ 100% แม้แต่ตัวเวปไซด์เองก็ไม่ได้ยืนยันใด ๆ ทั้งสิ้น พูดแต่เพียงว่า เราไม่ยืนยัน แต่ถ้าบริษัทฯ จะอยู่รอดได้ก็ด้วยเงินค่าสมาชิก ค่าสนันสนุนการซื้อสินค้าต่าง ๆ กับทางคลับ และความช่วยเหลือจากสมาชิกคลับทุกคน ฉะนั้นเมื่อท่านมีรายได้แล้ว กรุณาอย่าลืมสนับสนุนสินค้าจากคลับ ของท่านด้วย ถ้าคลับยังคงมีรายได้และมีกำไรอยู่ พวกเราก็จะยังอยู่กันได้ตลอดไป แต่ถ้าวันใดที่ทุกคนมีรายได้มากแล้ว แต่ไม่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นให้มีรายได้ หรือไม่มีแม้แต่การสนับสนุนสินค้าและบริการจากคลับที่ท่านเองเป็นสมาชิกอยู่ ก็คงไม่ต้องพูดกันต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะคะ

ว่าง ๆ บีจะแปลสินค้าและบริการทั้งหลายในเวปออกมาเปิดเผยเป็นรายตัวกันเลย ว่ามันเยอะแยะมากมายแค่ไหน แต่ก็เข้าใจดีว่าคนไทยยังไม่เก่งเรื่องภาษากันมาก และสินค้าและบริการต่าง ๆ ล้วนอินเตอร์และเป็นภาษาอังกฤษ แต่ตัวที่น่าจะพออุดหนุนกันได้ก็จะเป็นตัวเวปช๊อปปิ้งออนไลน์ ของ GreenBack Street และ Blastoff เป็นต้น

และที่เป็นหัวใจสำคัญของคลับเรา ที่ทุกคนจะลืมไม่ได้เลยคือปณิธานของผู้ก่อตั้งคลับ แอนเดรีย ลูคัส ที่เปิดคลับ แอสทีเรียขึ้นมา เพื่อต้องการช่วยเหลือทุกคนให้มีรายได้ และสิ่งที่แอนเดรีย ฝากมาบอกทุกคนคือ เมื่อคุณมีรายได้ 400$ ต่ออาทิตย์แล้ว อย่าลืมแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปอีก 10 คน โดยการจ่ายค่าสมารายเดือนให้ผู้ที่ด้อยโอกาสและมีปัญหาทางการเงินให้เลยฟรี 4 เดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

ทางบริษัทจะนำเงินที่ไหนมาจ่ายมากมายขนาดนี้ ?

รายได้ทั้งหมดทั่วโลกจะมีการจัดการออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
45% + 30% + 25% = 100%

1) 45% จ่ายให้กับสมาชิกที่ช่วยทำให้ คลับแอสทีเรีย เติบโต นั่นก็หมายถึงคอมมิชชั่นที่จ่ายให้กับการแนะนำสมาชิกใหม่นั่นเอง

2) 30% ของรายได้จ่ายให้กับสมาชิกซิลเว่อร์, โกลด์และ NDs ในแต่ละสัปดาห์ ตามระดับรายได้ในแผนของสมาชิกแต่ละประเภท โดยที่สมาชิกต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการรักษาสถานภาพให้มีสิทธิ์ได้รับ คอมมิชชั่น (เปิดอ่าน News ให้ตัวหนังสือสีฟ้าหยุดกระพริบ)

จำนวนเงินที่จ่ายออกให้กับสมาชิกทั้งหมด อันดับแรกจะมีการหารด้วยคะแนนแอสเทรีโอรวมของสมาชิกทั้งหมดก่อน แล้วจากนั้นก็จะมีการคำนวณคอมมิชชั่นของสมาชิกแต่ละคนจากการคูณด้วยจำนวนแอ สเทรีโอรวมในบัญชีของสมาชิกแต่ละคน โดยตัวเลขที่คำนวณได้นั้นจะจ่ายให้กับสมาชิกในรูปของ แอสเทรีโอคงเหลือในบัญชี และ/หรือ เงินสดคงเหลือ ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ที่สมาชิกแต่ละคนกำหนดไว้ในบัญชีของตนเอง (เปอร์เซ็นต์ที่กำหนดโดยบริษัทคือ 80% ในการลงทุนกลับเข้าไปใหม่ด้วยคะแนนแอสเทรีโอสะสม) สมาชิกสามารถถอนเงินสดในแต่ละสัปดาห์ผ่านยังตัวกลางทางการเงินที่เลือกใช้ ได้

3) รายได้ 25% จะเป็นค่าการดำเนินงาน ที่ประกอบด้วย เงินเดือนพนักงาน, ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค, ค่าใช้จ่ายในการให้บริการลูกค้า, ค่าบำรุงของเว็บไซต์, ค่าการตลาดและโฆษณา, ค่าฝึกอบรม, ค่าโปรแกรมเมอร์, graphic designers และค่าการทำวิจัย

คลับแอสทีเรีย ไม่ได้การันตีระดับคอมมิชชั่นประจำสัปดาห์ตามสูตรที่แสดงเป็นตัวอย่างแต่ อย่างใด และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงสูตรการคำนวณการกระจายรายได้เพื่อให้เข้า กับสภาวะของตลาด


ฉันจะล็อกอินเข้าได้อย่างไร?

เมื่อคุณสมัครเป็นสมาชิก คุณจะได้รับอีเมลล์ต้อนรับสมาชิกใหม่ คุณจะต้องคลิกที่ลิ้งค์ในอีเมลล์ยินดีต้อนรับนั้นเพื่อยืนยันบัญชีของคุณ ในกรณีที่คุณไม่ได้รับอีเมลล์ต้อนรับสมาชิกใหม่ กรุณาเช็คในโฟลเดอร์สแปม หรือโฟลเดอร์อื่น ๆ ที่คุณมี และถ้าหากไม่พบ ติดต่อเราผ่าน Contact link ให้ข้อมูลการ login ของคุณที่ใช้ในการสมัคร เราจะได้ช่วยยืนยันบัญชีให้กับคุณ เราเชื่อมั่นว่า Gmail เป็นอีเมลล์ที่ดีที่สุดในการใช้กับคลับแอสทีเรีย

หลังจากยืนยันบัญชีแล้ว คุณสามารถคลิกที่เมนู Login/Joinในหน้าหลักของเว็บไซต์คลับแอสทีเรีย


ทำไมฉันจึงไม่ได้คะแนนแอสเทรีโอจากการแนะนำสมาชิกใหม่?

ระบบของเราจะให้รางวัลแอสเทรีโอ แบบอัตโนมัติเมื่อคุณแนะนำสมาชิกใหม่ แต่สมาชิกนั้น ๆ ต้องทำขั้นตอนการสมัครได้ครบถ้วนสมบูรณ์ กรุณาเช็คประวัติคะแนนแอสเทรีโอในแบ็คออฟฟิศของคุณ ซึ่งจะมีการระบุระหัสสมาชิกของคนที่คุณแนะนำสำหรับคนที่คุณได้รับคะแนนแอสเท ริโอ ในกรณีที่สมาชิกที่คุณแนะนำไม่แสดง กรุณาตรวจสอบว่าคนที่ท่านแนะนำได้ทำการยืนยันด้วยการคลิกที่ verification link ที่อยู่ในอีเมลล์ต้อนรับสมาชิกใหม่ ซึ่งถ้าไม่ได้ทำการคลิกก็จะยังคงอยู่ในส่วน Unconfirmed ในระบบของเรา คุณจะพบรายชื่อคนที่คุณแนะนำโดยตรงพร้อมรายละเอียดการติดต่อที่อยู่ภายใน แบ็คออฟฟิศภายใต้เมนู My Referrals

กรุณาติดต่อกับสมาชิกที่คุณแนะนำ ถามเขาว่าได้คลิกที่ลิ้งค์ที่อยู่ในอีเมลล์ต้อนรับสมาชิกใหม่หรือไม่และทำ การใส่ข้อมูลส่วนตัว ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือ เขาควรติดต่อเราด้วยการใช้อีเมลล์เดียวกับที่ใช้สมัครและเราจะทำการแอคที พบัญชีของเขา


ฉันจะเข้าไปภายในเว็บไซต์คลับแอสทีเรียอย่างไร?
  1. เมื่อคุณสมัครสมาชิกแล้ว และได้รับข้อมูลการ login คุณสามารถยืนยันบัญชีของคุณได้และคลิกที่เมนู Login/Join ที่อยู่ในหน้าหลักของเว็บไซต์คลับแอสทีเรีย
  2. ใส่ข้อมูลการ login ของคุณ อีเมลล์และพาสเวิร์ด และข้อมูลส่วนตัวของคุณ ในส่วน “My Account” แล้วคุณจะเห็นข้อมูลส่วนตัวของคุณ คะแนนแอสเทริโอคงเหลือ, เงินสดคงเหลือ, โปรแกรมที่คุณได้สมัครไว้, และข้อมูลอื่นๆ ของบัญชีคุณ
  3. คณสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของ คุณได้ โดยการคลิกที่ “Edit Profile” ลิ้งค์ที่เป็นกล่องสีเขียวอยู่ด้านขวาบนหน้าจอ ลิ้งค์อื่น ๆ ที่อยู่ในกล่องสีเขียวจะพาคุณไปยังเว็บเพจที่อาจจะต้องใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เช่นที่ลิ้งค์ “Compliance”หรือการดูรายละเอียดเพิ่มเติมของบัญชีคุณ เช่น “View Asterios History” คือการดูประวัติคะแนนแอสเทริโอหรือ “View Cash History” ในการดูประวัติเงินสดในบัญชี
  4. ถ้าคุณอาจจะคลิกไปที่เมนูต่าง ๆ ทำให้ไม่อยู่ในข้อมูลส่วนตัวของคุณ เช่น คุณคลิกไปเพื่อสมัครร่วมโปรแกรมอื่น คุณสามารถกลับมาที่บัญชีส่วนตัวได้เสมอด้วยการคลิกที่เมนู “My Account” ที่อยู่ด้านบนขวาของทุกหน้าของเว็บ

หากพบข้อความ “Signed Up, Waiting for Confirmation” ที่อยู่ถัดจากโปรแกรมที่ฉันได้สมัครไว้ หมายความว่าอะไร?

เพื่อที่คุณจะได้รับเครดิตในรูป ของคะแนนแอสเทริโอหรือเงินสดในบางโปรแกรม เช่น บัตรเครดิตและตัวกลางการจ่ายเงิน คุณจะต้องพิสูจน์ว่าคุณได้ทำการสมัครสำเร็จเรียบร้อยแล้ว และคุณได้ระหัสสมาชิกของโปรแกรมนั้น ๆ แล้ว

เมื่อคุณได้รับระหัสสมาชิกของโปรแกรมจากผู้ดูแลระบบ คุณจะต้องกลับไปที่เมนู My Account และคลิกที่ Program Identifiers ในกล่องสีเขียวที่อยู่ด้านขวาของเว็บเพจ จะเป็นการนำท่านสู่หน้าโปรแกรม identifiers ซึ่งคุณจะสามารถใส่ข้อมูลที่ระบบต้องการได้

เริ่มต้น เลือกโปรแกรมจากเมนูที่คลิกเลือกได้ภายใต้ “Booked Programs” แล้วใส่ข้อมูลระหัสสมาชิกของคุณในกล่องถัดไปที่ขึ้นว่า “Please Enter Card No/Account” ในกรณีที่เป็นบัตรเดบิต คุณจะต้องใส่เลขบัตรเดบิต เช่น 4444-5555-6666-7777 ในกรณีที่เป็นตัวกลางการจ่ายเงิน คุณก็ต้องใส่ เลขบัญชี, ชื่อและอีเมลล์ เหมือนกับที่คุณใส่ตอนสมัครกับบริษัทนั้น ๆ เช่น Solid Trust Pay หรือ Strict Pay

เมื่อคุณคลิก “Submit” รายละเอียดที่คุณได้ใส่ไปนั้นจะปรากฏอยู่ด้านข้างของชื่อโปรแกรมในส่วนของ “My Account” ของคุณ คุณจะสังเกตุได้ว่า คะแนนแอสเทริโอ และ/หรือ เงินสดคงเหลือจะเพิ่มขึ้นตามคะแนนที่เป็นรางวัลของแต่ละโปรแกรมที่คุณสมัคร เข้าร่วมโดยสมบูรณ์


ตัวหนังสือและตัวเลขที่อยู่ถัดจาก my status หมายความว่าอย่างไร?
  • สมาชิกแบบฟรี = A
  • ซิลเว่อร์ = B
  • โกลด์ = C
  • ND1 = D
  • ND2 = E
  • ND3 = F
  • ND4 = G
  • ND5 = H

    01=แอคทีพ
    02=อินแอคทีพ
    03=สมาชิกถูกระงับบัญชี
    บัญชีจะแสดงอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 โค้ดด้านบน
    04=สมาชิกแบบจ่ายในเดือนนี้ = จะปรากฏเป็นส่วนเพิ่มเติมจากการระบุด้านบน
    05=แนะนำสมาชิก 5 คน
    06=แนะนำสมาชิก 5 คนหรือมากกว่า
    07=มีสิทธิ์ในการเข้าหน้าที่เป็นลับเฉพาะ(สำหรับสมาชิกประเภท Bและ C เท่านั้น)
    08=ซื้อคะแนนแอสเทรีโอในเดือนนี้ด้วยเงินสดคงเหลือหรือจากเงินอื่นๆ
    09=อนุญาตการโอนระหว่างสมาชิก (จะมีการยกเลิกในไม่ช้า แต่ถ้าไม่อนุญาตให้โอนก็จะมีสัญลักษณ์เป็นการห้ามไว้)


แอสเทรีโอคืออะไร?

แอสเทรีโอเป็นคะแนนลอยัลตี้ที่คุณ ได้รับเมื่อคุณเข้าร่วมกับคลับแอสทีเรีย ทุกครั้งที่คุณแนะนำคนเข้าคลับแอสทีเรีย สมัครเข้าร่วมในโปรแกรมหรือโอกาสธุรกิจของเรา หรือเมื่อคุณซื้อสินค้าจากร้านค้าของเรา คุณจะได้รับคะแนนแอสเทริโอ

แอสเทรีโอนั้นมีคุณค่ามหาศาลสำหรับคุณ เมื่อคุณมีจำนวนคะแนนแอสเทรีโอในบัญชีจะเป็นตัววัดว่าคุณจะได้รับเงินสดเท่า ไหร่จากส่วนแบ่งที่จะจ่ายออกให้โดยคลับแอสทีเรีย


มูลค่าของแอสเทรีโอคือเท่าไร?

มูลค่าของแต่ละแอสเทรีโอคือ $1

คลับแอสเทรีโอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของแอสเทรีโอได้ตลอดเวลา


ทำไมฉันจะต้องซื้อคะแนนแอสเทรีโอ?

การที่คลับแอสทีเรียแบ่งรายได้ให้ กับสมาชิกโดยขึ้นกับคะแนนแอสเทรีโอที่มีในบัญชีของสมาชิก คุณสามารถเพิ่มคะแนนแอสเทรีโอคงเหลือให้มากขึ้นเพื่อโอกาสในการได้รับส่วน แบ่งรายได้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น


ฉันจะทำเงินได้เท่าไหร่?

คลับแอสทีเรียมีการออกแบบมาเพื่อ ให้สมาชิกทุกคนได้รับผลประโยชน์ตามความพยายามที่เขาแต่ละคนทุ่มเทลงไป เราจะทำการปรับคำนวณเงินที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับรายสัปดาห์ โดยการคำนวณจากแอสเทรีโอคงเหลือที่สูงสุดซึ่งจะทำให้สมาชิกทุกคนได้รับความ ยุติธรรมในการได้รับเงิน


การถอนเงินขั้นต่ำสุดคือเท่าไร เมื่อไรที่ฉันสามารถจะขอถอนเงินได้ และนานแค่ไหนที่จะได้รับเงิน?

เราจะดำเนินการถอนตั้งแต่ขั้นต่ำ $25 หรือมากกว่า และเมื่อเราพร้อมมากขึ้นในการทำทุกอย่างให้เป็นระบบอัตโนมัติ เราจะลดเงินขั้นต่ำที่ถอนได้ การขอเบิกถอนที่ต่ำกว่า $25 จะถูกส่งกลับไปยังบัญชีผู้เบิกถอน

สมาชิกสามารถขอเบิกได้ตลอดเวลา เมื่อมีเงินในบัญชีมากพอที่จะเบิกถอนได้

ปัจจุบันเราจะดำเนินการจ่ายให้กับทุกคำร้องเบิกถอนในวันอังคาร


จะซื้อคะแนนแอสเทรีโอได้อย่างไร?

  1. ล็อกอินเข้าบัญชีของคุณ แล้วเลือกเมนู “Purchase Asterios” ที่อยู่ในกล่องสีเขียวด้านขวาของคุณ ภายใต้ส่วนของ “My Account”
  2. หน้านี่จะแสดงรายละเอียดคะแนนแอ สเทรีโอคงเหลือของคุณ พร้อมทั้งบอกเงินสดคงเหลือก่อนที่คุณจะทำการซื้อเพิ่ม ให้ใส่ข้อมูลที่จำเป็นให้ครบแล้วใส่จำนวนแอสเทรีโอที่ต้องการซื้อ ที่คุณต้องทำการจ่ายเงิน
  3. คุณสามารถใช้เงินที่อยู่ในส่วน เงินสดคงเหลือสำหรับการจ่ายซื้อแอสเทรีโอได้ หรือใช้ตัวกลางการจ่ายเงินที่อนุมัติโดยคลับแอสทีเรียอันใดอันหนึ่งโดยการ ใส่หมายเลขบัญชีของคุณลงในส่วนของหน้า Program Identifier ตัวกลางการจ่ายเงินที่อนุมัติแล้วของคุณจะปรากฏอยู่ในเมนูดร็อบดาวที่เลือก ได้
  4. คะแนนแอสเทรีโอคงเหลือจะมีการอัพ เดดทันทีหลังที่คุณทำการซื้อเสร็จ และถ้าคุณใช้เงินสดคงเหลือในการชำระเงิน เงินสดคงเหลือของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงทันทีหลังชำระเงินเสร็จ

การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต / เดบิต และการซื้อด้วยวิธีตัดบัญชีธนาคาร

คุณสามารถซื้อคะแนนแอสเทรีโอด้วย การตัดบัตรเครดิต / เดบิต ได้ ด้วยวิธีนี้คุณจะสามารถซื้อแอสเทรีโอเพิ่มได้สูงถึง 5000 แอสเทรีโอ โดยได้ส่วนเพิ่มอีก 10 แอสเทรีโอ การจ่ายผ่านบัตรนี้ดูแลโดยหน่วยงานที่ได้รับการอนุญาตในการเป็นตัวแทนทางการ เงิน

วิธีใดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มคะแนนแอสเทรีโอในบัญชี

ในการเพิ่มคะแนนแอสเทรีโอในบัญชีของคุณ ให้ใช้เมนู “Purchase Asterios” ที่อยู่ด้านขวาของคุณ ภายใต้ส่วน “My Account”


แท็บ FUND CASH BALANCE มีไว้เพื่ออะไร?

สมาชิกสามารถใช้แท็บ Fund Cash Balance ในการเพิ่มทุนเข้าไปในเงินสดคงเหลือเพื่อที่จะโอนเงินทุนนั้นให้กับสมาชิกท่านอื่น


คุณยอมรับการจ่ายด้วยสกุลเงินใดบ้าง?

เรายอมรับเป็น ยูเอสดอลล่าร์ ยูโร และบริติชปอนด์ และจะมีสกุลเงินอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อมีความต้องการมากขึ้น


Expatriate คืออะไร?

expatriate คือคนที่อาศัยในต่างแดน โดยทั่วไปจะหมายถึงคนที่เป็นมืออาชีพที่บริษัทส่งให้ไปทำงานในอีกประเทศ หนึ่ง ซึ่งก็ต่างจากการจ้างคนต่างชาติที่อยู่ภายในประเทศ ในขณะที่คนทำงานประเภทใช้แรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศเพื่อจะได้เงินมากขึ้น จะถูกเรียกว่า “immigrant” หรือผู้อพยพ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร ทุกคนก็ต้องโอนเงินข้ามประเทศเพื่อส่งเงินให้ครอบครัวเหมือนกัน


สมาชิกสามารถโอนเงินให้สมาชิกท่านอื่นได้หรือไม่?

ได้แน่นอน

การสมัคร AlertPay

การเตรียมความพร้อมก่อนทำการสมัคร สิ่งที่ท่านจะต้องมีคือ

1. บัญชี Alert Pay เพื่อการสมัครแอคทีฟ และ รับรายได้

2. บัญชีบัตรเครดิต หรือ Be1st หรือ K-webshopping cards เพื่อ สมัครกับ Alert Pay

3. จำนวนเงินในบัญชีเครดิตสำหรับ Active

AlertPayคืออะไร

Alertpayคือธนาคารออนไลน์แห่งหนึ่งบน Internet ที่เราสามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการ รับเงินค่าคอมมิชชั่น และโอนเงินระหว่างบัญชี เมื่อมีเงินในบัญชี AlertPay สามารถโอนเข้าธนาคารของประเทศไทยได้ ในอนาคตสำหรับผู้ที่ทำงานบน Internet ส่วนใหญ่ก็ต้องรับเงินทาง Internet ด้วยเช่นกัน ส่วนน้อยที่จะได้รับเงินเป็น ” เช็ค ” เพราะฉะนั้นถ้าหากเราคิดที่จะหารายได้ผ่าน Internet แล้วละก็ คุณไม่ควรพลาดที่จะต้องสมัคร Alertpay ไว้ด้วยเช่นกัน

ทำไมต้องสมัครAlertPay

เพราะ บางเว็บไซต์เขาจะจำกัด จุดหมายของการรับเงินดังเช่นจ่ายผ่านเช็ค หรือจ่ายผ่านAlertpay หรือจ่ายทั้งสองแบบ ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์เลือกได้เลยว่าจะให้เขาจ่ายเงินเราทางไหน เพราะเขาจะเป็นผู้กำหนดเองและ AlertPay ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัย และน่าเชื่อถือไม่แพ้ธนาคารออนไลน์แห่งอื่นเช่นกัน

บัญชีประเภท Personal Starter VS Personal Pro

ข้อ ควรรู้คือ หากบัญชีAlertPay ของคุณ มีเงินเข้ามากๆ จนเกินเดือนละ $400 หรือรวมกันแล้วเกิน $2,000 ต่อปี บัญชีของคุณก็จะถูกอัพเกรดเป็น Personal Pro โดยอัตโนมัติ ถึงตอนนั้นก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเมื่อรับเงินเข้ามาที่ AlertPay เท่ากับ 2.5% ของยอดเงินที่รับ บวกกับอีก $0.25 (ในขณะที่ ถ้าเป็นบัญชี Personal Starter จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้) ยกตัวอย่างเช่น คุณรับเงินเป็นจำนวนเงิน $500 คุณจะมีค่าธรรมเนียมการรับเงินเข้า AlertPay เท่ากับ (500 x 2.5%) + 0.25 = $12.75 เหลืออยู่ $487.25

การ Verify บัญชี AlertPay

ทางAlertPay ไม่ได้บังคับ แต่ขอความร่วมมือผู้ใช้งาน ส่งเอกสารยืนยันตัวตนเข้ามาเพื่อเป็นหลักฐาน และเป็นประโยชน์กับตัวผู้ใช้งานเอง โดยเฉพาะในกรณีที่บัญชีเกิดปัญหา เช่น บัญชีถูกแฮ็คพาสเวิร์ด เป็นต้น แนะนำว่าให้ทำไว้ดีกว่าครับ เสียเวลาไม่มาก แต่ปลอดภัยกว่ากันเยอะครับ เอกสารที่ต้องส่งไปให้ AlertPay มีดังนี้ครับ

ขั้นตอนการสมัครAlertPay

1. คลิกที่นี่ AlertPay.com เพื่อเข้าสู่เว็บไซค์ของ AlertPay

alert_regis1


alert_regis2

alert_regis3

alert_regis4

alert_regis5

alert_regis6

alert_regis7

alert_regis8

ต่อไปเป็นการ Verify บัญชี alertpay

alert_regis9

alert_regis10

alert_regis11

alert_regis12

alert_regis13

alert_regis14

alert_regis15

สมัครบัญชี Paypal

(สำหรับรับรายได้จากธุรกิจออนไลน์)

สำหรับผู้ที่อยากทำธุรกิจออนไลน์ รับเงินออนไลน์ละก็ ต้องมี บัญชี PayPal ติดตัวไว้เลยครับ เพราะธุรกิจอื่นๆมากมาย ก็นิยมจ่ายเงินผ่านบัญชี PayPal ธนาคารออนไลน์ที่เป็นที่นิยมสูงสุด

รู้จัก PayPal กันก่อน

หากพูดถึงธนาคาร คุณคงคิดถึงสถานที่เก็บเงินของเราไว้ แต่บนโลกอินเตอร์เนตนั้นมีเว็บไซต์หนึ่ง ที่เปิดให้บริการ
เสมือนเป็นธนาคารออนไลน์ ในการรับ – ส่งเงินให้ท่าน เพื่อการชำระเงินค่าบริการต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทันที
และสามารถเช็คยอดเงิน ผ่านจากระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ได้ทันที ชื่อว่า “PayPal” โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม
หรือบริการรายเดือนแต่อย่างใด และบริการนี้ท่านสามารถสมัครได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

เพียงแต่คุณจะไม่สามารถใช้ระบบบริการได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากคุณต้องการใช้บริการ สิ่งที่จำเป็นต้องมีคือ
บัตรเครดิตเพื่อใช้ในการสมัคร โดยจะมีค่าสมัครในการเปิดใช้งานเพียง 1.95$ เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 60 กว่าบาท)
เท่านั้น ซึ่งยอดเงิน 1.95$ ที่ตัดไปนั้นมี ความสำคัญมาก เพราะเป็นการยืนยันว่าบัตรเครดิตใบนี้เป็นของคุณจริง
และจะได้เงิน 1.95 เหรียญสหรัฐคืนหลังจากมีการยืนยันบัตรเครดิตภายใน 3-4 วัน โดยสามารถเช็คยอดเงินได้ที่
Paypal จ่ายคืนมาผ่านทางเว็บไซต์ได้ทันที

Paypal แห่งนี้ได้เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งนับถึงปัจจุบันนี้มีการใช้งานของผู้ใช้จาก ทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านบัญชี
ที่มาเปิดใช้บริการและได้ทำธุรกรมมผ่านทางอินเตอร์เน็ต ไม่รู้เป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งทาง PayPal นั้นได้ดำเนินการพัฒนา
เกี่ยวกับระบบความปลอดภัย มาตลอดเวลา หากเกิดช่องโหว่เกี่ยวกับธุรกรรม ที่ทำให้โจรอาชญากรทางอินเตอร์เน็ต เจาะ
เข้ามายักยอกเงินคุณออกไป ทางระบบ Paypal ก็จะรีบแก้ไขทันที และดำเนินการปิดช่องทาง เหล่านั้นทันที

ยิ่งไปกว่านั้นมีบริษัทชั้นนำมากมายที่ได้ให้การเชื่อถือและยอมรับในการชำระเงินผ่านทางระบบ Paypal มากมาย เช่น
DELL,STARBUCK,eBay และที่อื่น ๆ อีกมาก ในประเทศไทยเราก็ได้มี การเปิดระบบสนับสนุนรับชำระเงินผ่าน
PayPal เช่นที่ Markettathome.com หรือที่ Talad.com เป็นต้น ซึ่งทำให้ระบบ Paypal เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก
หากท่านต้องการจะเลือกระบบเก็บชำระเงิน ออนไลน์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือและปลอดภัย Paypal เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์
ที่มั่นใจ ได้ในความปลอดภัยสำหรับทำธุรกรรมทางการเงิน มากที่สุดแห่งหนึ่ง

ข้อดีของ PayPal

1. ลูกค้าต่างชาติกล้านำบัตรเครดิตการ์ดมาตัด เพื่อชำระเงินค่าสินค้าให้แก่เรา

2. ผู้ซื้อสามารถขอเงินคืนได้ กรณีที่ผู้ขายโกงหรือไม่ส่งของให้

3. ผู้ขายสามารถเรียกขอคืนสินค้าจากผู้ซื้อหรือคนที่รับเงินได้ ในกรณีที่มีผู้ซื้อหรือผู้รับเงินนั้นโกงเราไป

4. ได้รับความเชื่อถือจากทั่วโลก

5. มีระบบความปลอดภัยสูงมาก

6. มีร้านค้ามากมายที่ยินดีชำระเงินผ่านระบบ PayPal

7. มีสมาชิกมากกว่า 10 ล้านคนจากทั่วโลก

คำแนะนำก่อนสมัครบริการ PayPal

การสมัคร PayPal ต้องใช้บัตรเครดิต / บัตร K-Web Shopping Card ของธนาคารกสิกรไทย
หรือบัตร be-1st (บีเฟิร์ส) ของธนาคารกรุงเทพฯ
ในการสมัครดังนั้นท่านต้องเตรียมบัตรเหล่านั้นมาให้พร้อมก่อน
และดำเนินการสมัครไปตามขั้นตอนด้านล่างนี้ได้ทันที คลิกรูปเข้าเวป paypal

ลงทะเบียนกับ PayPal และรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

ขั้นตอนที่ 1

ที่มุมขวาบนของเว็บเลือกประเทศเป็น “Thailand – ประเทศไทย ภาษาไทย” ดังรูป

แล้วกด Sign up – ลงทะเบียน (ในกรอบสีแดง)

ขั้นตอนที่ 2

เลือกประเภทบัญชีเป็น “บัญชีส่วนบุคคล” แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม “เปิดบัญชี”

ขั้นตอนที่ 3

จะพบกับหน้าจอถัดไปดังรูป

ป้อนอีเมล์ / รหัสผ่านทั้ง 2 ช่องให้ตรงกัน / ป้อนชื่อ / ชื่อกลาง (คนไทยเว้นว่างไว้) / นามสกุล / วันเดือนปีเกิด
สัญชาติ เลือก “ประเทศไทย”

ขั้นตอนที่ 4

ป้อนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ให้ครบถ้วน

ส่วนถัดมาด้านล่างของที่อยู่คือการเชื่อมโยงบัตรเครดิต ให้ท่านป้อนข้อมูลบัตรเครดิต / Be-1st หรือบัตร
K-web Shopping Card ได้เลยครับ

ตัวอย่างการดูเลข CSC (3 ตัว) สำหรับบัตรเครดิตทั่วไป

สำหรับท่านที่ใช้บัตร K-web Shopping Card ของธนาคารกสิกรไทย สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้จาก

หน้าเว็บ ebaking ของธนาคารดังรูปด้านล่างนี้

เลือกไปที่บริการ K-Web Shopping Card >> ดูรายละเอียดบัตร

เช็คข้อความ SMS ที่มือถือท่านเพื่อนำรหัสรักษาความปลอดภัย (SMS-OTP) มากรอกให้ถูกต้อง

จากนั้นเลือกเลขที่บัตรดังรูปด้านบนนี้

ก็จะปรากฏรายละเอียดบัตร K-Web Shopping Card ดังรูปด้านบน ก็นำข้อมูลในส่วนนี้ไปกรอกในหน้า PayPal
ในส่วนของเชื่อมโยงบัตรเครดิตด้านบนได้ทันที

แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม “ข้าพเจ้ายอมรับ โปรดสร้างบัญชี”

ขั้นตอนที่ 5

หากถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จะพบกับหน้านี้ ให้คลิ๊กที่ “ไปที่บัญชีของฉัน”

ขั้นตอนที่ 6

ก็จะเข้ามาสู่หน้าจอภาพรวมดังรูปด้านบน

ขั้นตอนที่ 7

ในตอนนี้ให้คุณไปลองเช็คอีเมล์ที่ใช้สมัคร PayPal ในขั้นตอนที่ 3 เมื่อสักครู่ จะพบอีเมล์ใหม่ดังรูปด้านบนนี้
ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านรายละเอียดในอีเมล์

ขั้นตอนที่ 8

ภายในเนื้อหาอีเมล์ฉบับนี้ คลิ๊กที่ปุ่ม “เปิดใช้บัญชีของฉัน” ดังรูปด้านบนนี้

ขั้นตอนที่ 9

จะพาท่านมาเข้าสู่หน้าจอป้อนรหัสผ่าน ให้ท่านป้อรหัสผ่านที่เคยตั้งไว้ก่อนหน้านี้ (ในขั้นตอนที่ 3) แล้วคลิ๊กยืนยัน

ขั้นตอนที่ 10

ต่อมาจะพบกับหน้าตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัย จำนวน 2 ข้อ ไว้สำหรับเมื่อท่านลืมรหัสผ่าน

จะสามารถตอบคำถามที่ท่านตั้งตรงนี้ไว้ได้ เลือกคำถามและคำตอบได้ตามต้องการเลย

ขั้นตอนที่ 11

เมื่อเรียบร้อยแล้วจะพบกับหน้าจอนี้ ให้คลิ๊กที่ “ไปที่บัญชีของฉัน”

ขั้นตอนที่ 12

เมื่อเจอหน้าจอนี้ในรายการสิ่งที่ต้องทำให้คลิ๊กที่ “เชื่อมโยงและยืนยันบัตรเดบิตหรือเครดิตของฉัน”

ขั้นตอนที่ 13

เรียบร้อยระบบจะแสดงข้อความดังรูป ให้กด “บันทึกและดำเนินการต่อ”

ขั้นตอนที่ 14

เรียบร้อยระบบจะแสดงข้อความดังรูป ให้กด ไปที่บัญชีของฉัน

ขั้นตอนที่ 15

ระบบจะพาท่านกลับมาสู่หน้าหลักอีกครั้ง เป็นการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ท่านกด ออกจากระบบได้เลยครับ
ถ้าต้องทำอะไรเพิ่มเติม ผมจะอธิบายให้ในภายหลังเอง เพราะมีหลายท่านกดเล่น โดยไม่ฟังคำเตือนของผม
เลยมีผลทำให้ บัญชี Paypal ถูกระงับ ส่งผลให้ท่านไม่สามารถรับรายได้จากทาง บริษัทได้ ขอความกรุณาทำ
ตามคำแนะนำเท่านั้นนะครับ
เท่านี้ท่านก็จะมีบัญชีเอาไว้รับรายได้ทางธุรกิจออนไลน์แล้ว

Network Director(ND)มีข้อดีอะไรบ้าง

ตำแหน่งผู้อำนวยการเครือข่าย Network Director(ND)มีข้อดีอะไรบ้าง

1 ข้อดีของ ND คือเกษียณเร็วเเละไว

เช่น ND1 เพียงเเค่ 8 เดือน รับรายได้ $400/สัปดาห์(~50,000 บาท/เดือน)ตลอดไปแล้ว

และรับคะเเนนAstrio 2,000 คะเเนน เมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกแบบ Gold จะมีเพียง 20คะเเนนเเละเกษียณภายใน 19 เดือน ซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่า ND1 มาก
2. รับรายได้จากยอดธุรกิจทั้งเครื่อข่ายทีมทั้งหมด 5-30 % ขององค์กรณ์ทั่วโลกที่คุณสร้าง ฉนั้น ND จึงได้เปรียบตรงนี้แหละครับ ซึ่งไม่มีในตำแหน่ง Silver และ Gold

- ND1 ลงทุน $1000 จะ คืนทุนในเดือนที่ 4 ซึ่งเงินสดทั้งหมดที่รับ เดือน1-4 จะเท่ากับ$1,270.57
- เดือนที่ 5 เป็นต้นไปจะเป็นกำไรที่คุณได้รับหน้าที่ของคุณคือการเบิกเงินเท่านั้น
- ในเดือนที่ 8 เป็นต้นไปคุณจะได้รับเงินสูงสุดที่ $400/week หรือ $1,600/month หรือ ประมาณ 50,000 บาท/เดือน ไปใช้อย่างสบายๆ
- รายได้จากการสร้างสายงาน 5%-30%

$1=ประมาณ 32 บาท

ตัวอย่างการคำนวณรายได้ ตำแหน่ง ND1

สำหรับผู้เริ่มสมัครและอัพเกรดตำแหน่ง ND1 ในช่วง 14 วันแรกของการสมัคร จะมีรายได้ดังตัวอย่างในตารางด้านล่างนี้

คะแนน Asterios จะเป็นตัวกำหนดรายได้ของสมาชิกในแต่ละสัปดาห์ คนที่มีคะแนนมาก จะเพิ่มสตาร์ทรายได้มากตามไปด้วย

คะแนน Asterios 1 คะแนน ราคา $1 ประมาณ 32 บาท

ภายใน 14 วันแรกของการสมัครของคุณ จะมีโบนัสดังนี้

1. ซื้อขั้นต่ำ 250+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 100% คือซื้อ 250 คะแนนขึ้นไป รับเพิ่มอีกเท่าตัว เป็น 500 คะแนน

หลังจาก 14 วันแล้ว

ซื้อ 500+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 50%
ซื้อ 1000+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 75% =ตำแหน่ง ND1
ซื้อ 3000+ ได้คะแนนเพิ่มอีก 100% =ตำแหน่ง ND2

ตารางรายได้ ตำแหน่ง ND1

ถ้า สมัครเดือนกันยายน 53 และอัพเกรด ND1 เลยก่อน 14 วัน จะมีรายได้ตามนี้เริ่มเดือนตุลาคม 53 สตาร์ทเป็นเดือนที่ 1 ตามช่อง รายได้/เดือน (บาท)

ตามตาราง ตำแหน่ง ND1 จะคืนทุนภายใน 4 เดือน เช่นกัน แต่จะย่นระยะเวลารับรายได้เกษียณ จาก 19 เดือน เหลือเพียง 8 เดือน

สิทธิประโยชน์ของตำแหน่ง ND1

ตามตารางรายได้ด้านบนเป็นรายได้ที่ผู้สมัครไม่ได้แนะนำใครต่อ ไม่มีดาวไลน์ จะได้รายได้ตามตารางนี้ ส่วน ผู้สมัคร ND1 ที่แนะนำไปด้วย และมีดาวไลน์ใต้องค์กร ก็จะมีรายได้เพิ่มเติมมาอีก ตามปกติ และจะได้รายได้จากองค์กรทั้งหมดเป็น เปอร์เซนต์ ประมาณ 5%-30% ไม่จำกัดชั้นลึก

มีวิธีใดบ้างจะขึ้นตำแหน่ง ND1

ND มีหลายระดับ แล้วแต่การลงทุน

ระดับดำแหน่งของ ND

ระดับตำแหน่ง………..เงินลงทุน…CAP

Network Director 1 $1,000 5%
Network Director 2 $3,000 10%
Network Director 3 $5,000 15%
Network Director 4 $7,500 20%
Network Director 5 $9,500 30%

ตัวอย่างผลประโยชน์ของตำแหน่ง ND1 Club Asteria
จากเดือนที่ผ่านมา รายได้ของ ND1 จะคำนวณจ่ายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2553 โดยจะมีอีเมล์จาก
Andrea Lucas ส่งมาให้เรา พร้อมกับแนบไฟล์รายได้ของเรามาด้วย

การ ปันผล ค่า GSV (Global Sales Volume) ปันผลจาก ค่าคอมมิสชั่น ของทั้งองค์กรตัวเอง โดยลึกไม่จำกัดจำนวนชั้น ค่าคอมที่ได้ คือ ได้มาจาก การซื้อคะแนนแอสทีริโอ ของทั้งองค์กรเรา และการซื้อคะแนนแอสทีริโอ ของ ND1 ที่ติดตัวเรา
- Open volume คือคะแนนรวมภายใต้องค์ของเรา (ไม่รวมคะแนน ND1)
- คะแนนที่แยกออกมา ตัวอย่าง 12229 คือคะแนนของ ND1 ใต้องค์กรของเราในแต่ละเดือน
- ดาวน์โหลดตารางคำนวน
คลิกที่นี่


จากไฟล์จะเห็นได้ว่ามี ND1 ติดตัวภายในเดือนสิงหาคม เพียง 1 คน แต่ภายใต้องค์กร ทุกลำดับชั้นลึกนั้น มีการซื้อคะแนนทั้งหมดรวมกันแล้วเท่ากับ 7,325 คะแนน พอคิดออกมาเป็น ค่าคอมมิสชั่นของ GSV แล้ว ได้ถึง 174.23 $

ไฟล์ตัวอย่างรายได้ของอัฟไลน์ที่อยู่สูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งได้ค่าคอมถึง 871.49$


เนื่องจากสมาชิกคลับในประเทศไทยเรา นี่คือสมาชิกกลุ่มแรกที่ขึ้นตำแหน่ง ND1 จึงทำให้เราได้เห็นรายได้ของตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรก หลังจากที่ทีมงานได้ค้นพบความลับของคลับ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบมาก่อน ว่าคลับก็สามารถที่จะสร้างรายให้เราได้อย่างมากมาย ข้อมูลนี้คงตอบโจทก์ สำหรับท่านที่กำลังคิดว่า จะอัพเป็น ND1 ดี หรือ ไม่ และหากท่านเป็น อัพไลน์แล้ว ดาวน์ไลน์ท่าน อัพเป็น ND1 ก่อนท่าน นอกจากเราจะไม่ได้ GSV เมื่อสิ้นเดือนแล้วท่านยังเสียผลประโยชน์มากมาย มหาศาล มโหฬาร ยิ่งท่านเป็นเพียงตำแหน่ง Gold แล้วนั้น ภายใต้ท่านมีการ ซื้อ 250$ หรือ อัพเป็น ND1 แล้วนั้น ยิ่งสมควรที่ท่านจะได้ค่าคอมมิสชั่น เพิ่มเติมอีก เมื่อถึงสิ้นเดือน

ขอบคุณ Andrea Lucas และ Club Asteria ที่มอบโอกาสดีๆนี้ให้กับเรา

สรุปง่ายๆครับ ND เหมาะสำหรับ

1 ผู้ที่ชอบธุรกิจแบบเครือข่ายและผู้ที่อยากมีรายได้ที่มากกว่า 400$/สัปดาห์ ครับ

2 ผู้ที่ต้องการรายได้เร็วไม่ต้องรอ 19 เดือน อย่างช้าเพียงแค่ 8 เดือน ก็รับ $400/สัปดาห์แล้ว เงื่อนไขนี้คือคุณไม่ได้แนะนำใครแม้แต่ซักคนเดียวครับ

- อัพเกรด สมาชิกโดยการซื้อเเต้มที่ปุ่มเมนู Purchase Astrio โดยหักผ่านบัตร เดบัตร หรือเครดิตร ที่ใช้อยู่ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1000 $

- ซื้อเหรียญจากบริษัทรับแลกเงินที่ไหนก็ได้ครับ เพื่อนำไปอัพเกรด 1000 $ เเค่นี้ก็สามารถ อัพเกรดสมาชิก ND1 ได้เเล้วครับ

บัตรเสมือนเครดิต เพื่อการรับ – จ่ายเงินออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต

บัตรเสมือนเครดิต เพื่อการรับ – จ่ายเงินออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต

ปัจจุบันได้มีบัตรเสมือน ที่นำมาอัพเกรดใช้แทน บัตรเครดิตเพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ได้

มีที่นิยม และแนะนำว่าใช้ได้ง่าย 2 ชนิด จาก 2 ธนาคารที่รองรับ

1. K-web shoping card จากบริการ k-cyber banking ของ ธนาคารกสิกรไทย

2. Be1st อัพเกรดจากบัตรเดบิต(ATM) ของ ธนาคารกรุงเทพ ฯ

หน้านี้แนะนำสำหรับผู้ที่มีบัญชีของธนาคารกรุงเทพ ฯ อยู่แล้ว หรือสะดวกที่จะใช้บริการธนาคารนี้

อ่านแล้วทำตามขั้นตอน คุณก็จะสามารถมีบัตรเครดิตที่ใช้ รับ – จ่าย ออนไลน์ได้ทันที

(คนละส่วนกับ การรับ-ส่ง-โอนเงินปกติของธนาคาร ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วไป)


Be1st บัตรบีเฟิร์ส ของ ธนาคารกรุงเทพ ฯ

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต

สามารถนำบัตรเดบิต ( ATM ) คือ บัตร Be1st ( บี-เฟิร์ส ) ของธนาคารกรุงเทพ ฯ เอามา Verify เพื่อใช้เป็น เสมือนบัตรเครดิตออนไลน์ได้

ผู้มีบัตร Be1st อยู่ก่อนแล้ว สามารถ Verify นำมาใช้ได้เลย

สำหรับผู้ที่จะทำบัตรใหม่
ให้เตรียมบัตรประชาชน + ค่าธรรมเนียมบัตร ( 300 บาท ) + เงินฝาก 500 บาท
ขอเปิดบัญชีออมทรัพย์ ก็จะได้บัตร Be1st มาใช้
บัตร Be1st ( บีเฟิร์ส ) คือ บัตร ATM ที่ออกโดยธนาคารกรุงเทพ มีสัญลักษณ์ VISA อยู่หน้าบัตร


บัตร be1st (บีเฟริส) มี 3 แบบ

1. บีเฟริสทั่วๆไป มี csc 9 ตัวด้านหลังบัตร ดูรูปตัวอย่าง

be1st

2. แบบ International มี csc 3 ตัว หลังบัตร

3. แบบไม่มี csc ด้านหลังบัตร ให้ใช้ เลข 000 แทน (อาจใช้ไม่ได้ ต้องลองดูก่อน)

ข้อมูลของ บัตรที่ต้องใช้
เลขบัตร 16 หลัก อยู่ด้านหน้าบัตร (วงกลมที่ 1)
วันเดือนปีที่หมดอายุ อยู่ด้านหน้าบัตร (วงกลมที่ 2)
บัตรใครไม่มีวันที่ ให้ตั้งวันที่หมดอายุเอง โดยตั้งปีหมดอายุเกิน 4 ปีขึ้นไป
ชื่อเจ้าของบัตร อยู่ด้านหน้าบัตร (วงกลมที่ 3)
เลข CSC 3 ตัว ท้าย อยู่ด้านหลังบัตร (วงกลมที่ 4) ถ้าใครไม่มี ให้ลองใช้ 000


การเตรียมบัตร Be1st ให้พร้อมใช้ในระบบออนไลน์

1. บัตร Be1st รุ่นหลังบัตร ไม่มีเลข 3 ตัว ให้นำบัตรไปเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ นำสมุดบัญชี บัตรประชาชน และ บัตร Be1st ไปที่สาขาของบัญชี ขอทำบัตรรุ่นใหม่มีเลข 3 ตัวหลังบัตร บางสาขาจะรับบัตรได้เลย

บางสาขาจะให้รอ 7 วัน (ระบบ ธ.กรุงเทพฯ บางสาขาล้าหลัง ส่วนใหญ่ต่างจังหวัด ลองถามดูว่าทำไมบางสาขาได้บัตรทันที เจ้าหน้าที่บางคนไม่ได้อัพเดทข้อมูลเลย ทางธนาคารปรับระบบให้รับบัตรได้โดยไม่ต้องรอ 7 วันแล้ว)

2. บัตร Be1st รุ่นใหม่ ที่มีเลข 3 ตัวหลังบัตร ก่อนนำไปสมัคร Paypal ต้องทำขั้นตอนการ Verified by Visa กับ ธ.กรุงเทพฯ ก่อน มีขั้นตอนเป็น 3 ส่วน ดังนี้

โทรศัพท์ไป Verified ที่ 1333 หรือ +66-2645-5555 end_of_the_skype_highlighting end_of_the_skype_highlighting

1333

- กด 1 เลือกภาษาไทย
- กด 7 เพื่อสมัครใช้บริการ Verified by Visa
- กด 1 ยืนยัน เพื่อทำการตั้งหมายเลขอ้างอิงสำหรับลงทะเบียน Verified by Visa
- กดหมายเลข16 หลัก หน้าบัตร Be1st ของคุณ
- กดเลขบัตร เอทีเอ็ม 4 หลัก (หรือ รหัสลับส่วนตัว (PIN) ของคุณ กรณีทำบัตรมาใหม่ ๆ)
- กดตั้งหมายเลขอ้างอิง 8 หลักที่คุณต้องการ และกด #
- กดหมายเลขอ้างอิง 8 หลัก เดิมอีกครั้งอีกครั้งเพื่อทำการยืนยัน และ กด #

เป็นอันเสร็จสิ้นการขอหมายเลขอ้างอิง(Reference Code)
นำเลขอ้างอิง 8 หลักที่ตั้งเสร็จ ไป Verified by Visa ที่ลิ้งค์ หน้าเว็บไซต์ของ ธ.กรุงเทพ ฯ

https://ipay.bangkokbank.com/bblenroll/bkkCard.aspx?pg=0

การทำ บีเฟิร์ส ที่ลิงค์ของธนาคาร มี 5 ขั้นตอน

1. ใส่เลข 16 หลัก หน้าบัตร บีเฟิร์ส กด next
2. Verify identity ตรงนี้ให้ใส่หมายเลขอ้างอิง 8 หลัก ที่ตั้งไว้ทางโทรศัพท์ กด next
3. Create password จะมีช่องให้กรอก
3.1 ข้อความอ้างอิง ตั้งอะไรก็ได้เป็นภาษาอังกฤษ
3.2 ตั้งพาสเวิร์ด 6 หลักเป็นตัวเลขอย่างเดียว แล้วกรอกพาสเวิร์ดซ้ำ 2 ช่องต้องเหมือนกัน
3.3 กรอกอีเมลที่ติดต่อได้สะดวก
3.4 เบอร์โทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้ ระบบจะใส่ 0 ไว้ให้ ใส่เลข 8….ต่อได้เลย
4. Terns Conditions ตรงนี้เป็นหน้าต่าง กฎกติกา ให้อ่านแล้วติ๊ก ยอมรับ กด next
5. สมบูรณ์

ตั้งวงเงินในการใช้จ่ายสินค้า โทรไปที่ 1333 อีกครั้ง

- กด 1 เลือกภาษาไทย
- กด 3
- กด 3 อีกครั้ง
- กดหมายเลข 16 หลัก หน้าบัตร Be1st
- กดเลขบัตร เอทีเอ็ม 4 หลัก
- กด 2 เพื่อตั้งวงเงิน
- กด 1 เพื่อตั้งวงเงิน 2 หมื่นบาท

หมายเหตุ : วงเงินที่ตั้งคือ วงเงินที่จะใช้จ่ายออนไลน์สูงสุดได้ในแต่ละวัน ไม่ได้หมายถึงจะต้องมีเงินในบัญชีถึงจะสมัครได้ และสามารถเข้ามาเปลี่ยนเพิ่มหรือลดได้ตลอดเวลา

เสร็จสิ้นขั้นตอนทำบัตร Be1st


ขั้นตอนเตรียมบัตร K-Web Card (บัตรเคเว็บการ์ด)

ผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต เพื่อใช้ทำธุรกิจ สามารถใช้ บัตรเคเว็บ ของธนาคารกสิกรไทยได้

k-web shopping card หรือ k-web card (ชื่อ เก่าคือ e-web card)

ในบริการ k-cyber banking

เป็นบัตรซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต ของกสิกรไทย ออกให้ผู้ถือบัญชีกสิกรไทยได้ใช้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เอกสารอะไรมากมาย สามารถเปิดใช้ได้ง่าย และรวดเร็ว นอกจากนี้ได้ผ่านการรับรองความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว


เริ่มการทำบัตร K-Web Card

เงื่อนไขการใช้บริการ
- มีบัญชีเงินฝากของธนาคาร กสิกรไทย
- เป็นสมาชิก K-Cyber Banking

ค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาท
- พิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี (ปีแรก)

ค่าใช้จ่ายในการทำ K-Web Card
- ค่าเปิดบัญชีธนาคาร ฟรี
- ค่าบัตร ATM 200-500 บาท
(ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เพื่อไม่เสียเงินเพิ่มในส่วนนี้)
- ค่าเปิดใช้ K-Cyber Banking ฟรี
- ค่าเปิดใช้ K-Web Card ฟรี
- ฝากเงินในบัญชี 500 บาท

เบ็ดเสร็จ 500 – (1,000) บาท (ค่า ATM เป็นตัวแปร)

บริการ ทำธุรกรรมผ่านเน็ต เช่น โอนเงิน, ชำระเงิน, ดูรายการเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องไปธนาคาร เรียกธนาคารออนไลน์ ของธนาคารกสิกรไทย ว่า K-Cyber Banking

ตัวอย่าง เคเว็บการ์ด จะเป็นเลขบัญชีเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวบัตร

ดูได้ในบัญชี ธนาคารกสิกรออนไลน์ ของเราเอง


การเปิดสมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย พร้อมกับการเปิดบริการ K-Cyber Banking

1. นำบัตรประชาชน ไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ ที่ธนาคารกสิกรไทย พร้อมทั้งบอกว่า ขอเปิดใช้บริการ K-Cyber Banking ด้วย (เค-ไซเบอร์-แบ้งกิ้ง) เจ้าหน้าที่จะเอาแบบฟอร์มให้กรอก ต้องกรอกอีเมล์ และเบอร์มือถือ (เอาไว้รับรหัสทาง sms)
(หากไม่มีอีเมล์ ให้เปิดอีเมล์เอาไว้ก่อนไปธนาคาร)

*ถ้ามีบัญชีกสิกรอยู่แล้ว เพียงนำสมุดบัญชี-บัตรประชาชน ไปขอเปิด K-Cyber Banking (สาขาไหนก็ได้)*

2. กลับมารออีเมล์จากธนาคาร ประมาณไม่เกิน 24 ชม. เพื่อทำขั้นตอนต่อไป


เริ่มเปิดใช้ K-Cyber Banking

1. เข้าเว็บไซต์

https://ebank.kasikornbank.com/kcyber/login_th.html

เลือกระบบภาษา เป็นภาษาไทย ตามภาพ
ชื่อผู้ใช้งาน พิมพ์ ……….(หมายเลขบัญชีธนาคาารของคุณ)
รหัสผ่าน พิมพ์ ………….(หมายเลข PIN 1 ที่ธนาคารให้มา)
คลิก เข้าสู่ระบบ

2. อ่านเงื่อนไข ตามภาพ แล้ว คลิก ยอมรับ

3. กรอกรายละเอียด

กำหนดชื่อผู้ใช้งาน
ชื่อผู้ใช้งาน พิมพ์ ชื่อที่เราต้องการใช้ Login กำหนด 6-8 ตัวอักษร โดย เป็นตัวอักษรทั้งหมด,ตัวเลขทั้งหมด หรือ ผสมกันก็ได้
ยืนยันผู้ใช้งานอีกครั้ง พิมพ์ เหมือนเดิมอีกครั้ง

กำหนดรหัสผ่าน
รหัสผ่านเดิม พิมพ์ รหัส PIN 1
รหัสผ่านใหม่ พิมพ์ รหัส ที่เราต้องการ ให้มี 8-10 ตัวอักษร โดยเป็นตัวอักษรทั้งหมด,ตัวเลขทั้งหมด หรือ ผสมกันก็ได้
ยืนยันรหัสผ่านใหม่อีกคร้ง พิมพ์ รหัสใหม่อีกครั้งให้เหมือนกัน

*จดชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่านใหม่ เอาไว้ใส่สมุดเพื่อกันลืม

4. กรอกข้อมูลของคุณช่องที่มีเครื่องหมาย (*) ต้องพิมพ์ให้ครบ

5. ตรวจดูข้อมูลของคุณว่าครบหรือไม่อีกครั้ง ถ้าครบ กดปุ่ม ยืนยัน

6. รหัสรักษาความปลอดภัย

รหัสรักษาความปลอดภัยใหม่ พิมพ์ รหัสความปลอดภัยที่คุณตั้งขึ้นต้องมี 10-12 ตัวอักษร โดยเป็นตัวอักษรทั้งหมด,ตัวเลขทั้งหมดหรือผสมกันก็ได้

ยืนยันรหัสรักษาความปลอดภัยใหม่อีกครั้ง พิมพ์ รหัสความปลอดภัยที่คุณตั้งขึ้นอีกครั้งให้เหมือนกัน
**แนะนำให้ใช้รหัส OTP โดยเลือกที่ช่องแล้วใส่หมายเลขโทรศัพท์ลงไป โดยทุกๆครั้งที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเว็บ จะมีการแจ้ง Password ไปที่โทรศัพท์ ทำให้เราไม่ต้องจำ แล้ว Password แต่ละครั้งก็จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นจะปลอดภัยมาก

7. เจอหน้านี้ ก็เรียบร้อย กับการตั้งค่าเมื่อเข้าสู่บริการครั้งแรก

8. เข้าสู่หน้าจอหลัก

เป็นหน้าสมาชิกในเว็บกสิกรไทยของคุณเอง ส่วนนี้คือส่วน ที่เค้าเรียกกันว่า บริการ K-Cyber Banking ที่คุณจะสามารถใช้บริการธนาคารออนไลน์ได้ โดยเฉพาะการดูรายการเคลื่อนไหวบัญชี เช่นการรับเงิน ถอนเงิน โอนเงิน ชำระเงิน ต่างๆเป็นต้น

คุณก็สามารถคลิกดูที่เมนูต่างๆได้ ลองหัดใช้ดูได้เลย


หลังจากเวลาผ่านไป 1 วัน

Loginเข้าไป ที่เว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทย

https://ebank.kasikornbank.com/kcyber/login_th.html

ด้วย Username และ Password ใหม่ ที่ได้ตั้งไป (ที่จดเอาไว้)

คลิกที่ ดูรายละเอียดบัตร ที่เมนูด้านซ้ายมือ

เลือกบัญชีที่มีตัวเลข 16 หลัก (ที่ยาวกว่า) คือเลขเคเว็บการ์ดที่เราได้มา

ถ้ามี เพียง 1 บัญชี แสดงว่า ทางธนาคาร ยังไม่ได้ส่ง เลขที่ K-web Card มาให้
ต้องรอ หากเกิน 24 ชม. นับจากวันที่ขอบัตร (ข้อ 14) ก็สามารถโทรไปเร่งธนาคารได้

รายละเอียด ของ เคเว็บการ์ด


ต่อไปจะเป็นการเพิ่มบัตรลงใน AlertPay

addcard1

addcard2

addcard3

addcard4

การ Verify จะทำให้สามารถโอนเงิน มากกว่า 500$ ได้ ไม่เกิน 1000$ สำหรับผู้ที่ต้องการอัพเป็น ND1

verifycard1
verifycard2

verifycard3